หนังสือ
ปี พ.ศ. 2547: ความรู้...ความหวัง...กำลังใจเพื่อความปลอดภัยจากวัณโรค
เกี่ยวกับหนังสือ (ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค จำนวน 32 หน้า 4 สี ประกอบด้วยภาพและเรื่องราวของผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวี แล้วรักษาวัณโรคหาย)
ความรู้สึกถูกสังคมรังเกียจ ความท้อแท้และสิ้นหวังเป็นปัญหาที่พบเสมอในผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวี ร่วมด้วยและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่รักษาวัณโรคและขาดการรักษา หนังสือเล่มนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการรักษา โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับวัณโรคและโรคเอดส์ และให้กำลังใจผู้ป่วยโดยนำเสนอ เรื่องจริง พร้อมภาพก่อนและหลังรักษาของผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวีแต่รักษาวัณโรคจนหาย (เรื่องของผู้ป่วยเด็กหญิงกำพร้า, ผู้ป่วยหญิง 3 รายและผู้ป่วยชาย 2 ราย )
หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำทั้งภาษาไทยและภาษอังกฤษ โดยหน่วยงานอื่นคือ
ปี พ.ศ. 2548:สำนักวัณโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการจัดพิมพ์ซ้ำ จำนวนสองหมื่นเล่มและเผยแพร่ทั่วประเทศ
ปี พ.ศ. 2549: บริษัทเชฟรอน ประเทศไทย ได้ทำการแปลและจัดพิมพ์หนังสือดังกล่าวเป็นภาษาพม่า และกัมพูชาเพื่อให้ความรู้แก่แรงงานในพื้นที่ขุดเจาะน้ำมันในสองประเทศ
ปี พ.ศ. 2554: โครงการกองทุนโลกด้านวัณโรครอบที่ 8 โดยมูลนิธิรักษ์ไทยและเครือข่ายได้แปล และจัดพิมพ์ซ้ำเป็นภาษาพม่า, ภาษาเขมร และภาษาลาว เพื่อให้ความรู้แก่แรงงานต่างด้าว
ปี 2550: “ตรวจเอชไอวีเพื่อชีวิต...เพื่อผู้ป่วยวัณโรคทุกคน”: แนวทางการตรวจเอชไอวี เพื่อให้ผู้ป่วยวัณโรคเข้าถึงการป้องกันและการดูแลโรคเอดส์อย่างเท่าเทียม
เกี่ยวกับหนังสือ (จำนวน 74หน้า 4สี ประกอบด้วยภาพและเรื่องราวของผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวี แล้วรักษาวัณโรคหาย และการ์ตูนประกอบเรื่อง)
ในปี พ.ศ.2548 องค์การอนามัยโลก และองค์กรสหประชาชาติเพื่อการควบคุมโรคเอดส์ ให้คำแนะนำในการตรวจเอชไอวีในผู้ป่วยวัณโรคทุกราย แต่ในทางปฏิบัติพบว่า เจ้าหน้าที่คลินิกวัณโรคส่วนใหญ่ไม่มีทักษะการให้คำปรึกษาการตรวจเอชไอวี ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวี ก็กลัวติดวัณโรคจากผู้ป่วยขณะให้คำปรึกษา ในส่วนของผู้ป่วยวัณโรคเอง กลัวถูกรังเกียจและไม่สามารถทำใจยอมรับผลการตรวจเลือดได้ มูลนิธิฯ จึงได้จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2549 โดยเนื้อหาในหนังสือได้มาจาก การทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจากต่างประเทศ และข้อมูลจริงในประเทศไทย. หนังสือประกอบด้วยสามส่วนคือ
ส่วนที่ 1 หลักฐานการวิจัยที่สนับสนุนว่าให้ต้องตรวจเอชไอวีให้ผู้ป่วยวัณโรคทุกรายและการตรวจเอชไอวี ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตผู้ป่วยวัณโรคได้อย่างไร
ส่วนที่ 2 เจ้าหน้าที่คลินิกวัณโรคสามารถโน้มน้าวให้ผู้ป่วยวัณโรคตรวจเอชไอวี ด้วยความสมัครใจได้อย่างไร จากกรณีศึกษา 9 ราย ประกอบด้วย ผู้ป่วยทั้งชายและหญิงที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว และผู้สูงอายุ
ภาคผนวก ความรู้เกี่ยวกับวัณโรค และวัณโรคและโรคเอดส์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่หนังสือเล่มนี้ทั่วประเทศ และมีการจัดพิมพ์ซ้ำและแปลเป็นภาษาอังกฤษ คือ
ปี พ.ศ. 2550 องค์การอนามัยโลก สนับสนุนการแปล และจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ
ปี พ.ศ. 2552 สำนักวัณโรค กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนให้เผยแพร่ทั่วประเทศ
ปี 2553: เช็ดน้ำตาด้วยน้ำใจ... บันทึกเรื่องราว ความประทับใจของอาสาสมัครผู้ป่วยวัณโรค
และผู้ติดเชื้อเอชไอวี
เกี่ยวกับหนังสือ (หนังสือขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค 50 หน้า 4 สี)
ผู้ป่วยวัณโรคโดยเฉพาะผู้ป่วยวัณโรคติดเชื้อเอชไอวี นอกจากจะมีปัญหาจากความเจ็บป่วยทางร่างกายแล้ว ยังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาทางสังคม, จิตใจและเศรษฐกิจ บ่อยครั้งผู้ป่วยท้อแท้ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ ไม่มีแรงจูงใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เพราะอาสาสมัครผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยหลายราย มีกำลังใจสู้ต่อไป และบางคนกลายมาเป็นอาสาสมัครดูแล ให้กำลังใจผู้ป่วยอื่นต่อ ถึงแม้ว่าจะมีผู้ป่วยบางรายเสียชีวิตระหว่างการรักษาวัณโรคแต่พวกเขาก็ได้รับความห่วงใยและการดูแลที่ดีจนวาระสุดท้ายของชีวิตจากอาสาสมัครที่อุทิศตนเองให้อย่างที่ผู้ป่วยไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต
หนังสือเล่มนี้ถ่ายทอดประสบการณ์ของอาสาสมัครผู้ป่วยวัณโรค ซึ่งเคยเป็นผู้ป่วยวัณโรคเองหรือเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยให้อาสาสมัคร เล่าประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน เช่นผู้ป่วยอยากฆ่าตัวตาย, ผู้ป่วยติดยา, ผู้ป่วยถูกข่มขืน เป็นประสบการณ์ที่อาสาสมัครรู้สึกภูมิใจ และประทับใจที่ได้ช่วยเหลือ
อ่านและพบเรื่องจริงและเรียนรู้ความหมายของ “การเสริมสร้างพลังผู้ป่วย” ได้ที่นี่



